วันพฤหัสบดีที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2567

มาอัฟเกรด เครื่องถอดรหัสเสียง Cambridge DacMagic 100 upgrades

โมดิไฟล์ Cambridge DacMagic 100

 

โดยการเปลี่ยนตัวเก็บประจุ เป็นชนิด capacitor audio grade  

เปลี่ย capacitor ตำแหน่ง output ค่า 100uf 25v จำนวน 2ตัว  และค่า 10uf 25v อีก 4 ตัว

ตามตำแหน่งลูกศร ดังภาพ หลังจากเปลี่ยนสำเร็จ ทดสอบ พบว่าเสียงสดใสขึ้นกว่าเดิม


วันอังคารที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

การ MAP NETWORK DRIVE

1. เปิด My Computer เลือก Computer -Map network drive


2.
ช่อง Folder ให้ใส่ \\10.148.112.71\adcet กด Finish



3.
หน้าต่าง Windows Security ห้ใส่ Username และ Password แล้วคลิกเลือก Remember my credentials แล้ว กด OK



วันพุธที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2563

Work From Home

การติดตั้ง โปรแกรมและการตั้งค่า การใช้ Nas จากภายนอก



1. ติดตั้ง VPN ตามเอกสาร VPN_FTG_01_SSLVPNClientInstallation_Win7-10.pdf

2. Map Drive ตามเอกสาร การ MAP NETWORK DRIVE 2.pdf

วันจันทร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2557

D-Link DSL-2750E โน้ตบุ๊คมองไม่เห็นสัญญาณ

เข้าหน้าจอตั้งค่า Wireless จะเห็นคำว่า channel
ถ้าเป็น Auto อยู่ ให้ยกเลิก แล้วกำหนด Channel เอง อย่าให้เกินเลข 11

วันศุกร์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2557

รวม Tips ต่างๆที่ซ่อนอยู่ใน Optimus G Pro (โดยไม่ต้องติดตั้งอะไรเพิ่ม)

- ที่หน้า Lock Screen กดปุ่มโฮม จะเปิดแอพฯ QuickRemote ทันที

- ที่แอพฯ Video เมื่อกด Menu จะเห็นปุ่ม DivX R VOD สามารถนำ registration code ไปใช้ประโยชน์กับโปรแกรมของ DixX R ได้

- อยากได้ปุ่ม Assistive Touch เหมือนไอโฟน เข้าไปที่ Setting > Accessibility > Universal Touch = ตั้งให้เป็น On

- แอพฯ Camera สามารถใช้ปุ่ม Volume + หรือ Volume - เป็นปุ่มชัตเตอร์ได้ทันที

- ที่ Setting เราสามารถกดปุ่ม menu เพื่อสลับระหว่าง Tab view กับ Lise view เลือกกันตามสะดวกต่อการใช้งานครับ

- ที่ Setting > Call > Connection Vibration สามารถตั้งมีการสั่นเมื่อปลายสายได้รับสายครับ สะดวกมากๆ ไม่ต้องเอามาแนบหูตลอดเวลารอสาย

- ชอบมีอัลบั้มภาพ Picasa โผล่มาใน Gallery ใช่ไหม? เข้าไปที่ Setting > Account & Sync > Google เลือกอีเมล์ที่เราใช้ และเอาเครื่องหมายถูกออก จากGoogle Photos และ Picasa Web Album หลังจากนั้น clear data ของแอพฯ Gallery ทีนี้อัลบั้ม Picasa ก็หายไปแล้ว

- iPhone มี Find my iPhone ทาง Android ก็มีเหมือนกันครับ มันคือ Android Device Manager เข้าไปเปิดการตั้งค่าที่ Setting > Security > Phone Administrators ติ๊กถูกที่ Android Device Manager เท่านี้โทรศัพท์ของคุณก็ป้องกันการสูญหายอย่างถาวรได้ระดับหนึ่
โดยวิธีใช้คือ เปิดคอมของคุณ เข้าไปที่ https://www.google.com/android/devicemanager หลังจากนั้น ล็อกอินด้วยอีเมล์ของโทรศัพท์ (gmail.com) คุณก็จะพบกับตำแหน่งของมือถือของคุณผ จัดได้ว่าค่อนข้างแม่นยำมากๆ

- เครื่องอืดไหม ถ้าอืดลองเข้าไปที่ Setting > Developer Options แล้วไปตั้งค่าที่ Background Process Limit อย่างเช่นถ้าเราตั้งเป็น No Background Process จะทำให้เมื่อเราออกแอพฯ Task นั้น จะปิดทันที ทำให้ใช้ทรัพยากรเครื่องน้อยลง

- ที่ Setting > About phone > Software Information เรากดย้ำๆที่ Android Version เราจะได้เล่นเกมส์โยนถั่วหลากสี

-

หมายเหตุ
- ขอเป็น Tips ที่ค่อนข้างซ่อนเร้นหน่อยนะครับ อิอิ
ใครมีอะไรเพิ่มเติมช่วยกันเพิ่มนะครับ จะมีประโยชน์ต่อทุกๆคนที่เพิ่งได้เครื่องมาครับ มีอะไรผิดพลาดขออภัยและรบกวนแก้ไขในนี้ หรือผ่านทางคอมเม้นท์ก็ได้ครับ ผมก็ไม่ค่อยแม่นเรื่องศัพท์

วันอังคารที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2557

การตั้งค่าอินเตอร์เน็ต 3G ของ Truemove H

บทความย่อยๆที่พบเจอกันคือตั้งค่าอินเตอร์เน็ต 3Gอย่างไร
บางเครื่องไม่ได้โหลดการตั้งค่าให้อัตโนมัติ สิ่งที่ทำได้คือการตั้งค่าด้วยตนเอง
วันนี้ขอนำการตั้งค่าอินเตอร์เน็ต 3G ของ Truemove H มาให้ทำตามกันครับ

ตรวจสอบการตั้งค่าที่เมนู
Setting-> Wireless & Network-> Mobile networks-> Access Point Names
สังเกตุดูว่ามีชื่อ APN TRUE – H INTERNET และ TRUE-H MMS อยู่หรือไม่
หากยังไม่มีให้ลูกค้าตั้งค่าดังนี้ครับ
กดปุ่มเมนู เลือก New APN และใส่ค่า APN
การตั้งค่า APN สำหรับ Internet
Name = TRUE-H INTERNET
APN = internet
Username = true
Password = true
MCC = 520
MNC = 00
APN Type = default กด SAVE
และส่วนของการตั้งค่า MMS
การตั้งค่า APN สำหรับ MMS
Name = TRUE-H MMS
APN = hmms
Username = true
Password = true
MMSC = http://mms.trueh.com:8002/
MMS Proxy = 010.004.007.039
MMS Port = 8080
MCC = 520
MNC = 00
APN type = mms กด SAVE
ตั้งค่าเท่านี้ก็สามารถใช้อินเตอร์เน็ตได้แล้วครับผม

วันจันทร์ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2557

การลอกฟิล์มกรองแสงด้วยตนเอง

การ ลอกฟิล์มนั้นสามารถทำได้ด้วยตัวเองใช้เวลาไม่นาน วันหยุดว่าง ๆ ก็สามารถลงมือทำได้ด้วยตัวเอง สำหรับเจ้าของรถ ที่คิด ว่าอยากจะ "เปลี่ยนฟิล์มเก่า" ที่เน่าแล้ว หรือท่านที่ต้องการจะติดฟิล์มใหม่ (ให้กับรถเก่า) แต่ติดขัดที่เจ้าของ ร้านประดับยนต์ มักจะทำ เล่นตัวไม่ยอมลอกกันจริง ๆ จะต้องเสียค่าบริการ "แพง" หลายร้อย บางเจ้าก็มีข้อแม้ว่า ลอกให้น่ะได้แต่ต้องติดของใหม่ที่นี่ด้วย ถ้าเจอ อย่างนี้กลับมาเตรียมตัวลงมือเองดีกว่าครับ เป็นทางออกทางหนึ่งที่สามารถทำได้โดยไม่ยากนัก
ก่อนอื่นต้องเตรียมเครื่องมือเครื่องไม้อันประกอบไปด้วย "กระบอกฉีดน้ำ" ถ้า ไม่มีก็ต้องสละเงิน 20 บาทซื้อติดบ้านเอาไว้ เครื่องมือชิ้นที่ 2 เป็น "ใบมีด" อย่างใบมีด โกนหนวด ที่ช่างตัดผมเขากันนั่นแหละครับ ลักษณะเป็นใบสั้น ๆ ไม่มีด้าม มีแต่ใบมีด กับที่หุ้มใบด้านหนึ่งเอาไว้จับเท่านั้น หรือถ้ากลัวมีดบาทมือ จะใช้มีดคัตเตอร์เล่มละ 10 บาท ก็ได้เช่นกัน เริ่มกระบวนการลอกฟิล์ม ด้วยการหาที่จอดรถเหมาะ ๆ ที่ควรจะอยู่ ในที่ร่ม มีแสงสว่างพอสมควร ไม่ควรทำงานกลางแจ้งโดยเด็ดขาด เพราะเดี๋ยวเดียว ไม่เกินเที่ยงก็จะลมจับอยู่ในรถนั่นแหละ เปิดประตูรถทุกบาน เพื่อให้สามารถระบาย อากาศภายในห้องโดยสาร ออกไปได้อย่างสะดวก ๆ
ถ้าไม่นับน้ำยาลอกกาวแล้วเครื่องมือทั้งหมดนี้ก็ใช้เงินไม่กี่บาทเองครับ
เอาน้ำผสมกับแชมพูสระผมหรือน้ำยาล้างกระจกแบบไม่ต้องเข้มข้นมากนักเอาแค่พอ มีฟองใส่กระบอกฉแแดน้ำเตรียมไว้ เลือกให้ ดีว่าจะลอกฟิล์ม จากกระจกบานไหนก่อน แต่อยากให้เลือกบานหน้าขวา เพราะจะได้มีความตั้งใจเป็นพิเศษในการทำงาน จากนั้น ให้เลื่อน กระจกลงมานิดหนึ่ง พอให้เห็นเนื้อฟิล์ม แล้วใช้ใบมีดโกน "สะกิด"ที่ขอบหรือมุมของฟิล์มให้เผยอขึ้นเล็กน้อยพอให้จับได้ จากนั้นก็ค่อย ๆ ดึงฟิล์มเก่าออกมาพร้อมกับใช้น้ำผสมแชมพูที่เตรียมไว้ค่อย ๆ ฉีดตามหลังไปเรื่อย ๆ แต่บางครั้งมันก็จะตึง ๆ เสียงดัง น่ากลัวขาด แต่ไม่ต้องกลัวขาด แต่ไม่ต้องกลัวหรอกเพราะเราตั้งใจจะทิ้งอยู่แล้วไม่ใช่หรือครับ
พอดึงออกมาได้สักครึ่งบานก็ให้เลื่อนกระจกขึ้นให้สุดจะทำให้สามารถ ดึงเอาฟิล์มออกได้จนสุดในระหว่างนั้นก็ต้องคอยฉีดน้ำผสม แชมพู เลี้ยงเอา ไว้ตลอดเวลา (แต่อย่าให้ชุ่มจนโชกก็แล้วกัน) งานช่วงนี้หาก ฟิล์มกรองแสง ที่คุณใช้อยู่เป็นของดีมีคุณภาพ เวลาลอกออกจะแสนง่ายดาย เพราะเนื้อกาว มันจะติดอยู่กับแผ่นฟิล์ม เวลาลอกกาวก็จะตาม เนื้อฟิล์มออกมาหมด ไม่มีเหลือ ทิ้งค้างไว้ที่กระจกเลย หลังจากลอกเสร็จแล้ว ก็จะไม่พบคราบ กาวเหนียว ๆ ติดค้างอยู่ที่กระจก แต่ถ้าหากฟิล์มที่คุณ กำลังลอก อยู่นั้นเป็น ฟิล์มคุณภาพต่ำ ก็คงจะหนีไม่พ้นต้องพบกับเรื่องเหนียว ๆ เพราะเนื้อกาว มันยัง คงติดแน่น อยู่กับกระจกเช่นเดิม แต่ฟิล์มที่คุณดึงมันออกมา จะเป็นเพียงแค่ "กระดาษแก้ว" สีม่วง เท่านั้นเองแถมระหว่างที่กำลังลอกอยู่นั้น ยังมีกลิ่นเหม็น เปรี้ยวร้ายกาจ อันเกิดจากกาวอีกด้วย
นี่แหละสาเหตุที่บอกว่าจะต้องเปิดประตูเอาไว้ทุกบานเพื่อจะได้ระบายกลิ่น เหม็นออกไป จากนั้น ก็มาถึงงานกำจัดคราบกาว ที่ยังยึดแน่นอยู่กับผิวกระจกให้ใช้น้ำผสมแชมพูฉีดไปบนผิวกาวอีกครั้งหนึ่ง เสร็จแล้วให้ใช้ใบ มีดโกนที่เตรียมไว้แล้ว มาขูดออก (ระหว่างทำงานต้องระวังเรื่องความปลอดภัยเป็นอย่างยิ่ง มิฉะนั้นอาจโดนมีดบาด ) ขณะที่ขูดคราบกาวบนกระจกเศษ ๆ กาวที่หลุด ออกมาจะเหมือนกับ "วุ้น" สีขาวขุ่น ๆ เวลาขูดให้เริ่มต้นจากทางด้านใดด้านหนึ่ง แล้วค่อย ๆ ขยายพื้นที่ออกได้แล้วก็ค่อย ๆ สำรวจ ความเรียบร้อยอีกครั้งหนึ่ง
แต่ห้ามเด็ดขาดเลยคือ ไม่ให้ใช้ผ้าเช็ดกระจกในขณะที่ยังมีคราบกาว ติดอยู่ เพราะจะทำให้คราบกาวยิ่งกระจายออกไป ทำงานยากขึ้นไปอีก ทีนี้เศษ กาวที่หลุดออกมานั้น หากหล่นลงพื้นไปเลย ก็ไม่เป็นไร เก็บไว้กำจัดทีหลังได้ แต่ถ้าหากมันหล่น ลงบนเบาะ ที่นั่งหรือภายในห้องโดยสาร ก็ให้จัดการทันที หลังจากที่ขูดคราบกาวออกจากกระจกแล้ว เนื่องจากว่าหากปล่อยทิ้งเอาไว้ คราบกาวเหล่านั้นมันจะกลับคืนสภาพเดิม คือ เหนียว ๆ แล้วจะกำจัดได้อยาก
เหลือบ่ากว่าแรงก็อย่าทำ
การลอกฟิล์มกรองแสงไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรเลย แถมยังติดสนุก ๆ เอาเสียอีก เผลอ ๆ ไปทำงานยังรับงานลอกฟิล์มให้รถเพื่อน ๆ ได้อีกด้วย แต่อย่าลืมว่าเรายังมีกระจกบานหลัง อยู่อีกทั้งบาน ที่ยังมีฟิล์มติดอยู่ และพื้นที่ก็ไม่เอื้ออำนวยต่อการทำงานสักเท่าไร เนื่องจาก มุมและตำแหน่งของเบาะนั่งมันบังคับเอาไว้ ดังนั้นเพื่อความสะดวกจึงควรหากระดาษหนังสือพิมพ์เก่า ๆ มาปูรองพื้นเอาไว้ เผื่อเวลาเก็บทำความสะอาดเศษกาวและน้ำจะได้ทำได้สะดวกง่ายดาย กรรมวิธีการลอกก็ไม่มีอะไรแตกต่างกันเลย เพียงแค่ดึง ๆ ฉีด ๆ แล้วก็ขูด ๆ เท่านั้น
แต่สิ่งที่จะก่อปัญหาให้มากที่สุดคือรถที่ติดตั้ง "ลวดละลายฝ้า" ที่กระจก หลัง เพราะเราไม่สามารถ จะใช้มีดโกนขูดกาวออกได้เลย รวมทั้งเวลาดึงฟิล์ม ก็ต้องเพิ่ม ความระมัดระวังให้มากขึ้นเป็นพิเศษ เพื่อป้องกัน ความเสียหาย ที่เกิด ขึ้นกับเส้นลวดละลายฝ้าเหล่านั้น ในมื่อไม่อาจใช้ใบ มีดโกนได้ เช่นเดิม แล้ว สิ่งที่จะสามารถนำมาใช้ทดแทนกันได้ (เฉพาะกรณีนี้เท่านั้น) ก็คือ "ไม้โปร" ที่เราเคยใช้กันตอนสมัยเรียนนั่นแหละครับ เวลาขูดก็ให้ขูดตาม แนวนอน ห้ามขูดตัดเส้นลวดเด็ดขาด และถ้าหากไม่สามารถ กำจัดคราบกาว ให้หมดจดไป ได้อย่างสิ้นเชิง
ก็ยังมีเครื่องมือพิเศษ มาให้เล่นอีกนั่นคือ "น้ำมันสน" ให้ไปที่ร้านขายอุปกรณ์ก่อสร้างซื้อมาหนึ่งขวดแล้วใช้ผ้าชุบพอหมาด ๆ ค่อย ๆ เช็ดเอาคราบกาวออก แต่บอกเอาไว้ก่อนว่า ผลที่จะตามมาจากการใช้น้ำมันสนมีอยู่บ้าง คือ "กลิ่น" เนื่องจากน้ำมันสน จะมีกลิ่น แรงพอสมควร ทั้งยังจะหลงเหลือติดตามซอกกระจกทิ้งกลิ่นเอาไว้ให้ดมเล่นกันเป็นสัปดาห์ก็ ยังไม่หมด ถ้าทำไม่ดีก็จะมีหยด ตกค้าง
อีกวิธีหนึ่งที่ต้องลงทุนแพงขึ้น คือ การใช้ "น้ำยาลอกกาว"ที่มีขายตามห้างสรรพสินค้าทั่วไป ราคาไม่แพงสักเท่าไร เพื่อเป็นการตัด ปัญหา เรื่องกลิ่น และคราบน้ำมันตกค้าง แต่จะขอเตือนไว้เสียก่อนว่า การใช้น้ำยาลอกกาวนั้นจะต้องใช้อย่างเดียวไปเลย ไม่ควรนำมา ใช้ร่วมกับน้ำ เพราะจะทำให้เกิดปัญหาตามมาจากคราบกาวที่ติดอยู่ได้โดยมันจะกลายสภาพเป็นกาว เหนียว ๆ ยากต่อการกำจัด ในภายหลัง
การลอกฟิล์มคุณภาพต่ำ ๆ ออกนั้น นอกจากจะทำให้รถดูดี มองสะอาด ตายิ่งขึ้นแล้ว ยังทำให้คุณได้มีโอกาสทำตัวให้ถูกกฎหมายอีกด้วย อ้อ?ขอฝาก เอาไว้ซักเล็กน้อย ถ้าต้องการจะติดฟิล์มกรองแสงครั้งต่อไป ก็ขอให้ลอง ตรวจ สอบคุณภาพและค่า "แสงส่องผ่าน" ให้เหมาะสมกับสภาพการณ์ เพราะ การ ติดฟิล์มมืด ๆ นอกจากเรื่องของแสงสว่างภายในห้องโดยสาร จะน้อยอย่าง เดียวแล้ว เวลาขับรถกลางคืนหรือยามฝนตกจะสร้างปัญหาให้คุณ มากกว่า การติดฟิล์มที่มีเปอร์เว็นต์แสงส่องผ่าน 40-50 % ความร้อนน่ะ ไม่เท่าไหร่ เพราะไม่ว่าสีจะเข้มหรือจางหากเป็นฟิล์มคุณภาพดี ๆ ก็สามารถกันความร้อน ได้ทั้งนั้น
แต่ถ้าเป็นฟิล์มด้อยคุณภาพ แม้จะดำจนมืดสนิทก็ไม่สามารถจะกันความร้อนได้อย่างฟิล์มดี ๆ หรอกครับ เรื่องกฎหมายฟิล์ม กรองแสงจะออกมาเช่นไรก็อย่าไปสนใจมันเลยครับ เรามาเน้นเรื่องของทัศนวิสัย ในการขับรถกลางคืนกับเวลาฝนตกแค่นี้ผมก็ว่า คุ้มแล้วครับ

มาอัฟเกรด เครื่องถอดรหัสเสียง Cambridge DacMagic 100 upgrades

โมดิไฟล์ Cambridge DacMagic 100   โดยการเปลี่ยนตัวเก็บประจุ เป็นชนิด capacitor audio grade   เปลี่ย capacitor ตำแหน่ง output ค่า 100uf 25v จ...